Baisetonline

บทความ · อัปเดต 26 ตุลาคม 2569

แบ่งงวดงานและวางบิลแต่ละงวด ทำยังไงไม่ให้เงินค้าง

งานที่ใช้เวลาหลายวันหรือหลายเดือน เช่น งานรับเหมา งานตกแต่ง งานออกแบบ หรือโปรเจกต์ฟรีแลนซ์ ไม่ควรรอเก็บเงินครั้งเดียวตอนจบ การแบ่งงวดช่วยให้มีเงินหมุนซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรง และลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะค้างจ่ายทั้งก้อน

สรุปใน 30 วินาที เขียนงวดงานไว้ในใบเสนอราคา: แต่ละงวดทำอะไร กี่เปอร์เซ็นต์ จ่ายเมื่อไร · ส่งมอบงานแต่ละงวดพร้อมหลักฐาน · ออกใบแจ้งหนี้หรือใบวางบิลอ้างงวดที่เท่าไร · ได้เงินแล้วออกใบเสร็จทุกงวด · ทำตารางติดตามยอดค้าง

ในบทความนี้: แบ่งงวดยังไง · ตัวอย่าง · เอกสารแต่ละงวด · ติดตามเงินไม่ให้ค้าง · คำถามที่พบบ่อย

หลักการแบ่งงวด

ตัวอย่างงานรีโนเวทห้องน้ำ 100,000 บาท

งวดเงื่อนไข%ยอด
1เซ็นยืนยันใบเสนอราคา (มัดจำค่าวัสดุ)40%40,000
2รื้อถอน เดินท่อ กันซึมเสร็จ30%30,000
3ปูกระเบื้อง ติดตั้งสุขภัณฑ์เสร็จ20%20,000
4ส่งมอบงาน ลูกค้าตรวจรับ10%10,000

สัดส่วนในตารางเป็นตัวอย่าง ปรับตามลักษณะงานจริง

เอกสารที่ใช้ในแต่ละงวด

  1. ใบรับเงินมัดจำ เมื่อรับเงินงวดแรก
  2. หลักฐานส่งมอบงานงวด รูปถ่าย หรือใบส่งมอบงานที่ลูกค้าเซ็นรับ
  3. ใบแจ้งหนี้ ระบุ "งวดที่ 2 จาก 4" และอ้างเลขที่ใบเสนอราคา ถ้าลูกค้าบริษัทมีรอบรับวางบิล ใช้ใบวางบิลรวมยื่นตามรอบ
  4. ใบเสร็จรับเงิน ทุกครั้งที่ได้รับเงิน (ร้านที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีด้วย)

อ่านต่อ: ใบแจ้งหนี้กับใบวางบิลต่างกันยังไง

ติดตามเงินไม่ให้ค้าง

คำถามที่พบบ่อย

ควรแบ่งกี่งวด

ขึ้นกับขนาดงาน งานเล็กมัก 2 งวด (มัดจำและส่วนที่เหลือ) งานกลางถึงใหญ่ 3–5 งวด ผูกแต่ละงวดกับผลงานที่ตรวจได้ ไม่ใช่แค่วันที่

มัดจำควรเรียกกี่เปอร์เซ็นต์

ไม่มีกฎกำหนด หลายธุรกิจใช้ 30–50% โดยเฉพาะงานที่ต้องซื้อวัสดุก่อน ควรเขียนไว้ในใบเสนอราคาและให้ลูกค้าเซ็นยืนยัน

ลูกค้าไม่ตรวจรับงานสักที ทำยังไง

ส่งหนังสือหรือข้อความแจ้งส่งมอบงานงวดนั้นพร้อมรูปถ่าย ระบุวันที่ส่ง และขอให้ลูกค้าตรวจภายในกี่วัน ควรเขียนเงื่อนไขนี้ไว้ตั้งแต่ใบเสนอราคา

รับเงินงวดแล้ว ต้องออกใบเสร็จทุกงวดไหม

ควรออกทุกงวดที่ได้รับเงิน ร้านที่จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีตามจังหวะที่กฎหมายกำหนดสำหรับงานบริการหรือการขาย ถ้าไม่แน่ใจควรถามผู้ทำบัญชี

บทความที่เกี่ยวข้อง

สร้างใบวางบิลฟรี →

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาด้านภาษีหรือกฎหมาย รายละเอียดอาจเปลี่ยนตามประกาศของกรมสรรพากร หากไม่แน่ใจควรสอบถามผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากร (โทร 1161)