ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีอะไรบ้าง ครบ 8 รายการตามกฎหมาย
ใบกำกับภาษีเต็มรูปคือเอกสารที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องออกให้ผู้ซื้อทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ผู้ซื้อที่จด VAT ใช้ใบนี้ขอคืนภาษีซื้อ ถ้าข้อมูลไม่ครบ ผู้ซื้ออาจนำไปใช้ไม่ได้ ผู้ขายเองก็อาจมีปัญหาตอนตรวจสอบ
รายการที่ต้องมีตามมาตรา 86/4
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย (ผู้ออกใบกำกับภาษี)
- ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ และถ้าผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจด VAT ต้องใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อด้วย
- เลขที่ลำดับของใบกำกับภาษี (และเลขที่เล่ม ถ้ามี)
- ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม แยกออกจากมูลค่าสินค้าหรือบริการให้ชัดเจน
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
- ข้อความอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด เช่น ระบุ "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ ..." ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ (กรณีผู้ซื้อจด VAT)
จุดที่มักผิดบ่อย
- ไม่ระบุสำนักงานใหญ่หรือเลขสาขา
- เขียนชื่อผู้ซื้อไม่ตรงกับที่จดทะเบียน เช่น ใช้ชื่อเล่นหรือชื่อร้านแทนชื่อนิติบุคคล
- รวม VAT ไว้ในราคาโดยไม่แยกจำนวนภาษีออกมา
- เลขที่เอกสารกระโดดหรือซ้ำ ควรรันต่อเนื่องเสมอ ถ้าต้องยกเลิกให้เก็บใบที่ยกเลิกไว้ ไม่ใช้เลขซ้ำ
- ผู้ที่ยังไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษี ซึ่งทำไม่ได้ ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินแทน
คำว่า "เอกสารออกเป็นชุด" คืออะไร
ถ้าออกใบกำกับภาษีรวมกับเอกสารอื่นในกระดาษแผ่นเดียว เช่น ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี หรือ ใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษี แนวปฏิบัติของกรมสรรพากรให้พิมพ์คำว่า "เอกสารออกเป็นชุด" ไว้ เพื่อให้รู้ว่าแผ่นนี้ทำหน้าที่ทั้งสองอย่าง ที่ใบเสร็จออนไลน์ ระบบใส่คำนี้ให้อัตโนมัติใต้ชื่อเอกสาร
ออกใบกำกับภาษีเมื่อไหร่
ต้องออกทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น (จุดความรับผิด) โดยทั่วไป ขายสินค้าคือเมื่อส่งมอบสินค้า ส่วนการให้บริการคือเมื่อได้รับชำระค่าบริการ ถ้ารับเงินก่อนส่งมอบ หรือออกใบกำกับภาษีก่อน จุดความรับผิดจะเกิดเร็วขึ้นตามนั้น
ที่ใบเสร็จออนไลน์ แบบฟอร์มใบกำกับภาษีมีช่องครบทุกข้อข้างต้น และจะขึ้นจุดแดงเตือนถ้าข้อมูลสำคัญยังไม่ครบ